Nikon D40X เป็นกล้อง Digital SLR หรือ กล้องถ่ายภาพแบบที่เปลี่ยนเลนส์ได้ที่มีขนาดจัดอยู่ในกลุ่มเล็กที่สุด กล้องแบบนี้เหมาะกับผู้ใช้ระดับกึ่งจริงจัง เพราะกล้องระดับ D-SLR นั้นจะให้คุณภาพของภาพที่ดีกว่ากล้องคอมแพค แต่การใช้งานจะไม่สะดวกสบายเท่ากับใช้กล้องคอมแพคขนาดเล็ก
กล้อง D40X มีจอขนาดใหญ่ สว่างและดูได้ในมุมกว้าง ทำให้ดูง่าย ดูได้ทีละหลายๆ คนโดยไม่ต้องหมุนจอไปมาบ่อยๆ และมีจอเพียงจอเดียว ทำให้สะดวก รวดเร็วในเวลาดูข้อมูล, การถ่ายภาพ, การตอบสนองถือว่าดี เปิดปุ๊บติดปั๊บ โฟกัสรวดเร็วตามสไตล์กล้องแบบ D-SLR โดย D40X นั้นจะขายพร้อมกับเลนส์ Nikkor AF-S DX 18-55 mm F3.5-5.6G ED II ที่สามารถใช้งานได้ครอบคลุมกับการถ่ายภาพทั่วๆ ไปแล้ว และหากต้องการเลนส์อื่นเพิ่มเติมผมแนะนำ Nikon AF-S DX Zoom-Nikkor 55-200mm f/4-5.6G ED หรือ Nikon AF-S DX Zoom-Nikkor 55-200mm f/4-5.6G ED VR ซึ่งถ้าหากต้องการใช้เลนส์อื่นๆ นอกจากนี้ ผมแนะนำให้ซื้อกล้องรุ่นอื่น เช่น D80 จะดีกว่า เพราะ D40, D40X นั้นต้องโฟกัสด้วยตนเองหากใช้เลนส์รุ่นเก่าอย่างเลนส์ AF ซึ่งจริงๆ ผมว่าสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาถ่ายภาพ หรือว่าง่ายๆ ถ่ายภาพเพียงเพื่อเป็นงานอดิเรกแล้ว มีเลนส์ที่ผมกล่าวไปสองตัว และ Nikon AF-s 12-24 f/4 DX กับ Nikon AF-s 60 Micro หรือ Nikon AF-s 105 f/2.8 G VR ก็เพียงพอกับการถ่ายภาพทุกประเภทแล้ว
ผมคิดว่ากล้อง Nikon D40X นั้นเหมาะสำหรับคนที่ถ่ายภาพเพื่อความสนุก สนาน ไม่ได้จริงจังกับการถ่ายภาพมากมายเท่าไหร่นัก ผมเองก็ใช้อยู่ โดยใช้ร่วมกับ 18-200VR เป็นหลัก (ผมมี SB-800 อยู่แล้ว, คือ เวลาคุณใช้ 18-200VR แล้วจะทำให้ใช้แฟลชป็อปอัพได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากภาพอาจจะเกิดขอบมืดได้) และก็ใช้กับเลนส์ AF อีกประมาณ 5 ตัวก็ไม่ได้พบปัญหาอะไรในการทำงานสักเท่าไหร่ ยกเว้นเรื่องแบตเตอร์รี่ที่จะไม่ค่อยทนนัก หากซื้อกล้องมาเพื่อถ่ายภาพแบบท่องเที่ยว - เดินทางไกลๆ ผมแนะนำให้ซื้อแบตสำรองเพิ่มครับ
การใช้งาน ผมว่าง่าย โดยเฉพาะปุ่ม setting ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Nikon ในตอนนี้ และการมีปุ่ม Function ที่สามารถเลือกให้เป็นปุ่มอะไรก็ได้นั้น ถือว่าเป็นจุดที่ดีมากเลยทีเดียว
ดูวิดีโอสาธิตวิธีการใช้งานปุ่ม setting คลิ๊กที่นี่ สิ่งที่ผมชอบมากเวลาได้ใช้ Nikon D40X ก็คือ มันสามารถปรับแต่งภาพได้เลยทันทีจากตัวกล้อง เช่น D-Lighting, การเซฟภาพเป็นขนาดเล็กๆ เพื่อประหยัดเนื้อที่ หรือการปรับภาพเป็นแบบโทนเดียว เช่น ภาพขาว-ดำ หรือภาพโทนสีฟ้าอย่าง Cyanotype ลูกเล่นพวกนี้จะสนุกมากในเวลาที่เราต้องการแก้ไขภาพให้ดูแตกต่างจากที่เราต้องการโดยไม่ต้องเพิ่งพาคอมพิวเตอร์
นอกจากนี้โหมดโปรแกรมของกล้อง D40 จะมีการปรับสีให้กับภาพให้เหมาะสมกับแนวที่เราถ่ายได้โดยอัตโนมัติ เช่น ถ่ายภาพบุคคลสีสรรจะนุ่มนวลความเปรียบต่างต่ำ, ถ่ายภาพเด็กสีสรรจะจัดจ้าน แต่สีผิวยังคงดูนุ่มนวล (เชื่อหรือไม่ว่าผมใช้โหมดนี้ถ่ายงานพิธีเป็นหลัก) และโหมดถ่ายภาพวิวภาพก็จะสีสรรออกมาจัดจ้านและให้ความเปรียบต่างที่สวยงามมีมิติ ส่วนตัวแล้วจุดนี้ผมเห็นว่า D40 ทำได้ดีกว่า Fuji S3Pro และ S5Pro เสียอีก อ้อ แต่ถ้าเราตั้งโหมด PSAM เราจะต้องตั้งสีเอง (Optimize Image, ตั้งไม่ยากครับ กดไม่กี่ที มีเมนูสำเร็จมาให้พร้อมเลย)
ส่วนตัวแล้ว ผมอยากจะแนะนำ D40 ให้กับผู้ใช้งานทั่วไปมากกว่า เพราะ D40 นั้นจะมีความละเอียดที่ต่ำกว่า D40X ทำให้ประหยัดเนื้อที่เมมโมรี่ไปได้มากทีเดียว ส่วนคุณภาพที่แตกต่างจาก 6 ล้าน เป็น 10 ล้านนั้น นั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก และเรื่อง noise นั้น D40 กลับทำได้ดีกว่า D40X เสียด้วยซ้ำ (ในใจผมให้ D40 ถึงห้าดาวทีเดียว) ส่วนเรื่องที่ดีกว่าของ D40X นอกจากความละเอียดที่มากกว่าแล้ว ก็จะมีเรื่อง Dynamic Range ที่ดีกว่า จุดนี้คงต้องให้ผู้ใช้เป็นผู้พิจารณาหล่ะครับ
หากอยากดูภาพตัวอย่างจากกล้อง D40X กรุณาคลิ๊ก