ลิ้มคิมฮวง เอ๊ย!! Nikon AF 28 f/1.4D เป็นเลนส์มุมกว้าง ที่ระบุไว้ว่ามีทางยาวโฟกัสที่ 28 mm. แต่ในความเป็นจริงแล้วจะมีทางยาวโฟกัสจริงที 30 mm. และมีค่ารูรับแสงที่กว้างถึง f/1.4 การออกแบบภายนอกเป็นแบบลายขรุขระสไตล์เลนส์ระดับสูงของ Nikon ในยุค 80-90 ตัวกระบอกเลนส์แน่นหนา ดูมีราคา แต่ไม่เด่นจนเป็นที่สังเกตุในสายตาคนที่ไม่รู้จักอุปกรณ์ถ่ายภาพนัก เลนส์มีส่วนให้ปรับได้สามจุดคือ แหวนโฟกัส, แหวนเปลี่ยนระบบโฟกัส และแหวนปรับเปลี่ยนรูรับแสง
เลนส์เป็นเลนส์ที่ดี ให้ความคมชัดในระดับธรรมดาค่อนไปทางดี ความคมชัดทางขอบภาพถือว่าดี โดยภาพจะคมชัดทั้งภาพตั้งแต่ f/2.8 เป็นต้นไป โดยจะคมชัดที่สุดที่ f/5.6 มีดิสทอชั่นบ้างเล็กน้อย มีขอบมืดที่ f/1.4 และแทบจะไ่ม่มีเมื่อรี่รูัรับแสงลง เลนส์ให้่ส่วนที่อยู่นอกระยะชัด (Bokeh) อย่างสวยงาม แต่ให้ดวงแสง (Hot spot) ที่ไม่สวยงามนักเมื่อเปิด f แคบ ที่ f/1.8-3.5 ม่านรูัรับแสง (Diaphragm) จะปรากฎเป็นรูปแบบดาวกระจายของนินจาญี่ปุ่นที่เราเรียกกันว่า 'ชูริเคน' (Shuriken Blade) การถ่ายทอดสีของเลนส์ตัวนี้จัดว่าดีมาก และเป็นเลนส์ที่ใช้ชิ้นแก้วแบบแอสเพอริคัล (ASP : Aspherical) เพื่อลดความคลาดแสงต่างๆ ที่ไม่ต้องการ ที่ปรับแต่งด้วยการขัดสี (Ground เพื่อไม่ให้เกิด Coma Aberration) จึงเป็นเลนส์ที่ราคาแพงมาก (ถ้าจำไม่ผิด ราคาตั้งจะอยู่ที่ 68,000 บาท) แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าครับ เพราะสิ่งนี้ทำให้เลนส์ตัวนี้เป็น
เลนส์ในตำนานของ Nikon เลยทีเดียว ปัจจุบันเลนส์ตัวนี้เลิกผลิตไปแล้ว ราคามือสองในต่างประเทศจะอยู่ที่ราวๆ 2,600-3,600 USD. หรือราวๆ 80,000-120,000 บาท ตามแต่สภาพของเลนส์ โดยบ้านเราจะขายกันที่ราคาต่ำกว่านี้มาก
เรื่องที่เลนส์ตัวนี้เก่งมากๆ ก็คือ มันสามารถถ่ายภาพในสภาพแสงแรงๆ ได้โดยแทบจะไม่เห็นแฟลร์ สีเหลื่อม หรือว่าภาพหลอนเลย (Flare, Ghost) นับว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดเลนส์จริงๆ แต่อาการขอบม่วงในส่วนที่เป็น high light นั้นยังมีอยู่เมื่อเปิดรูรับแสงกว้างๆ เช่นเดียวกับเลนส์ไวแสงทั่วไป แต่ถือว่าไม่มากนัก
และเนื่องจากว่ามันเป็นเลนส์ไวแสง การโฟกัสจะรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง ส่วนเสียงในการโฟกัส ถ้านำไปใส่กับกล้องรุ่นเล็กๆ จะดังมากๆ (ลองกับ F80) ใส่กับ D2H แล้วมีเสียงนิดหน่อย D3 นี่แทบจะไม่มีเสียง แต่ใส่กับ D40X แล้วไม่มีเสียงโฟกัสเลย เพราะมันโฟกัสไม่ได้ (ฮา) แต่ฟิลลิ่งในการโฟกัสด้วยมือกับเลนส์ตัวนี้แล้ว ถือว่ายอดเยี่ยม ผมยังหาตัวไหนมาเทียบด้วยไม่ได้เลย แม้แต่กับเลนส์แมนนวลโฟกัสแท้ๆ ก็เถอะ อาจจะ 85 f/1.4D เพราะออกแบบมาคล้ายๆ กัน และเหมือนกับเลนส์ไวด์ทั่วไป การโฟกัสมือนั้นค่อนข้างจะดูลำบากว่าชัดหรือยัง? แถมระยะชัดมันยังมีน้อยเพราะว่าเป็นเลนส์ 1.4 ด้วย
ส่วนที่มาของชื่อ Low light King ก็เพราะมันเป็นเลนส์ที่รูรับแสงกว้างมาก และเลนส์ยังมีสมดุลย์ที่ดีสามารถถือถ่ายภาพได้ที่ 1/8 วินาทีแล้วยังมีโอกาสได้ภาพชัดๆ อีกด้วย เมื่อเป็นอย่างนี้ ถ้าใช้ f/1.4 กับกล้องที่มีความสามารถสูงในเรื่อง ISO คุณจะสามารถถ่ายภาพแทบจะทุกอย่างโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งเลยทีเดียว
เลนส์ตัวนี้ผมตั้งราคาไว้ขำๆ แบบไม่อยากขายที่ 99,999 บาท พร้อมฮู๊ด HK-7 และตั้งราคาไว้ที่ต่างประเทศถึง 3,500 USD. (Excluded shipping, โพสต์รูปให้ฝรั่งดูนี่แหล่ะครับ เผื่อฟลุ๊ค อิอิ) ส่วนตัวแล้วสำหรับคนที่อยากได้ ผมแนะนำให้ซื้อ Nikon AF 35 f/2 จะดีกว่า เพราะค่าตัวถูกกว่าหลายเท่า ประมาณหมื่นต้นๆ คุณภาพก็สูสี และราคาขายต่อก็ดี (ถ้าเทียบกับเลนส์อิสระ, อีกอย่างคือ Nikon ไม่เก่าเร็วเหมือน Sigma) หรือถ้าอยากได้จริงๆ แนะนำให้รออีกสักระยะ Nikon อาจจะมีปล่อยตัว AF-S 24 f/1.4 ออกมา (ข่าวนี้ไม่ confirm และราคายังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ถ้า Nikon ทำมาเทียบกับ 24 1.4L, 35 1.4L ก็คงจะราคาเกินครึ่งแสนแน่นอน)
ราคาที่มันขนาดนี้เพราะมันเป็นเลนส์ไวด์ที่มีทางยาวโฟกัสสั้นกว่า 35mm ตัวแรกของโลกที่มีรูรับแสงกว้างสุดถึง 1.4ภาพถ่ายจากเลนส์ตัวนี้ :-จากกล้องฟิล์ม ->
http://nikonkrab.multiply.com/photos/album/28จากกล้องดิจิตอล (DX) ->
http://nikonkrab.multiply.com/photos/album/37/