อันนี้ผมขอแนะนำแค่คร่าวๆ แล้วกัน เพราะเป็นอะไรที่ไม่ได้ใช้กันบ่อยๆ
In camera HDR นั้นสามารถทำได้ด้วยฟังค์ชั่น Multi-exposure ของกล้อง
การทำ Multi-exposure เป็นการถ่ายภาพซ้อน ให้ผล '
คล้าย' กับการถ่ายซ้อนบนฟิล์ม หรือลักษณะเดียวกันกับการนำภาพมาซ้อนกันบนโปรแกรมที่สามารถซ้อนภาพได้
(โปรแกรมที่สามารถ blend layer หรือเอาเลเยอร์มาผสมกันได้ เช่น Adobe Photoshop) แต่ในกล้องนั้นจะมีเป็นบางรุ่นเท่านั้น สำหรับ
กล้อง Nikon นั้นก็จะมีตั้งแต่ D2X ซึ่งเป็นกล้องรุ่นแรกของโลกที่สามารถทำ Multi-exposure ได้, D200, D2Xs, D80, D3, D300, D700 และ D90
(ครับ D2H, D2Hs นั้นไม่สามารถทำได้)
ภาพซ้ายผมไม่ได้ใช้ Multi-exposure ส่วนภาพทางขวาเป็นภาพที่ใช้ Multi-exposure ซ้อนกัน 5 ภาพด้วยการซ้อนภาพกันนี้ เราจะสามารถสร้างภาพ HDR
(High Dynamic Range) จากในตัวกล้องได้เลย ไม่ต้องเพิ่งพาซอฟท์แวร์ พูดให้ชัด ก็คือ
"นี่คือความสำคัญของอุปกรณ์" อุปกรณ์ทำได้ คนย่อมทำได้
(ภาพนี้ถ้ามีเลนส์ 24 PC-E นะ หึหึหึ)ส่วนวิธีทำนั้นผมแนะนำให้ดูวิดีโอของฝรั่งแล้วกันครับ
และยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้สักนิดนึง
การนำไปใช้ ก็คงจะใช้ได้กับการถ่ายภาพนิ่ง คือ ทั้งกล้อง ทั้งแบบต้องนิ่งจริงๆ ถึงจะทำ HDR ได้
(ทั้งที่ทำบนกล้องและทำด้วยซอฟท์แวร์) ที่แนะนำก็คือ ภาพวิวทิวทัศน์ หรือภาพในสตูดิโอ
(Still life) เวลาถ่ายก็ให้ใช้ค่าแสงที่แตกต่างกัน โดยแนะนำว่าให้ใช้ค่าเอฟเท่าเดิม อย่างที่เห็นในวิดีโอตัวอย่าง และนี่คือภาพที่ผมถ่ายมาเอง

ถ่ายด้วย Nikon D700; AF-s 17-35 f/2.8D ที่ช่วง 32mm, โฟกัสที่ต้นไม้
โดยการทำ Multiple exposure นั้นจะใช้งานร่วมกับระบบ Bracketing พร้อมระบบโปรแกรม Timer บน MC-36 หรือพร้อมกับการใช้งาน Intervalometer ของกล้องได้ด้วย และแนะนำให้ใช้ร่วมกับโหมด Exposure Delay เพื่อลดการสั่นสะเทือนซึ่งจะมีผลต่อภาพ
อ้อ การถ่ายภาพฟิล์มจะทำ HDR ไม่ได้นะครับ ฟิล์มมันขาวแล้วขาวเลย, ไม่เชื่อลองดูจริงๆ นอกจาก Multi exposure แล้ว จะมีฟังค์ชั่น Image overlay ที่ทำงานคล้ายๆ กัน;
Multi exposure คือ การถ่ายหลายๆ ภาพ แต่ได้ผลออกมาเป็น NEF เพียงไฟล์เดียว แต่การทำ Image Overlay ก็คือ การนำเอา NEF ไฟล์มาซ้อนกันทีหลัง เพื่อให้ได้เป็น NEF อีกไฟล์หนึ่ง โดยที่ภาพที่ถ่ายมาทุกภาพนั้นยังอยู่ครบ วิธีหลังนี่ต้องระวังเรื่องเมมโมรี่นิดนึง และสำหรับวิธีหลัง ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นว่าภาพที่ได้นั้นมันไม่เหมือนกันนะครับ
ง่ายๆ เร็วๆ ได้ผล ไม่ต้องซื้อซอฟท์แวร์เพิ่ม ไม่ต้องเรียนรู้มากมายให้ปวดหัว และได้ภาพ HDR จริงๆ ที่ไม่ได้เป็นภาพที่มั่วๆ เปิด RAW ภาพเดียว แล้วเซฟเป็น JPEG 3 ภาพ โดยปรับให้โอเวอร์, พอดี, อันเดอร์ หลังจากนั้นเอามารวมกัน แล้วปรับคอนทราสจัดๆ
(ไอ้ภาพ HDR แบบปลอมๆ นั่น ถ้าเก่งๆ ปรับ Local contrast ได้ดีๆ ก็ไม่ต้องวุ่นวายขนาดที่ต้องเซฟมาสามภาพแล้วปรับ Global contrast หรอกนะ) แล้วหลอกตัวเองกับคนอื่นว่ามันคือ HDR, อยากรู้จริงๆ ว่าไอ้คนที่มันเป็นต้นตำรับนี่มันใคร?
ไหนจะมาว่า Active D-Lighting คือ HDR ซะอีกเนี่ย!!! ทั้งๆ ที่มันคนละเรื่องกันเลย!!!!
เด๋เมิง, ปั๊ดตบเกรียนแตกเลย - -*